10ข้อ ขายสลัดแซนวิชยังไง? ให้ลูกค้าติด ซื้อแล้วซื้ออีก

ก.ค. 10, 2022 | Blog, วิดีโอคลิป

ทุกคนที่ค้าขายคงเคยคิดเหมือนกันใช่มั้ยคะว่า ร้านที่ขายของเหมือนกันกับเรา ทำไมขายดีกว่า มีคนมาซื้อไม่เคยขาด มันต้องมีเหตุผลที่เป็นแบบนั้น เราจะตัดวิธีสายมูออกไปก่อนนะคะ นุชจะลงลึกร้านขายอาหารโดยเฉพาะ นุชมีประสบการณ์จากร้านสลัดมาแล้ว ผ่านทั้งช่วงที่ขายดี และขายไม่ดี พอจะสรุปได้ว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ช่วยให้ลูกค้ากลับเข้ามาที่ร้านเราเรื่อยๆค่ะ

ในบทความนี้ นุชจะแนะนำร้านขายแซนวิชทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่กำลังจะเปิด หรือร้านอาหารแบบอื่นๆก็สามารถเอาคำแนะนำและประสบการณ์นี้ไปใช้ได้ค่ะ 

ขายแซนวิชยังไงให้ลูกค้าติด ซื้อแล้วซื้ออีก สรุปมา 10 ข้อดังนี้ 

>> ใครไม่ชอบอ่าน เข้าไปดูที่คลิปนี้ได้เลยค่ะ

1.จัดแต่งและถ่ายรูปสลัดแซนวิชให้สวย น่ากิน

แซนวิชสไปซี่มาโย่ไข่ต้มชีส

ธุรกิจอาหารจะไปได้ดี ตัวอาหารเป็นสิ่งสำคัญที่สุดค่ะ นุชจะเน้นเฉพาะร้านสลัด และ แซนวิช นะคะ 

ถ้าเป็นสลัดโรล โรลให้สวย ให้แน่น พอเห็นได้ว่าเป็นไส้อะไร จัดวางในกล่อง หรือ วางรอหยิบใส่กล่องให้สวยงาม หากว่าเป็นสลัดแบบจัดใส่กล่อง ใส่จาน เมนูไหนมีอะไรบ้างก็ออกแบบไว้ก่อน วางแล้วให้ลูกค้าเห็นส่วนผสมต่างๆชัดเจน ไม่ใช่ว่าวางไก่ วางแซลม่อนทับผักจนยุบลงไป  ส่วนแซนวิชก็จะต้องจัดให้สวยเมื่อหั่นครึ่งแล้ว จะต้องเห็นชั้นของไส้สลับกันไปมาสวยงาม แกะออกจากหีบห่อแล้วก็ยังคงรูปทรงอยู่ได้ 

จากนั้นก็ถ่ายรูปออกมาให้สวย เพื่อเอามาโพสต์ออนไลน์ หรือเอามาทำเมนู ทำป้าย ลูกค้าใหม่ๆที่ยังไม่เคยทาน ก็จะถูกดึงดูดด้วยรูปสวยๆนี่แหละค่ะ

2.อร่อย วัตถุดิบคุณภาพดี สะอาดสดใหม่

แซนวิชฮันนี่มัสตาร์ดอะโวคาโดแฮมชีส

ก่อนที่แซนวิชจะรสชาติดีได้ การเลือกวัตถุดิบเป็นส่วนสำคัญที่สุดค่ะ อย่าเลือกเฉพาะที่มีราคาถูกอย่างเดียวนะคะ เพราะราคาที่ถูกมันมีเหตุผลของมันค่ะ อาจจะทำจากโรงงานที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด เราต้องเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพดีใช้ได้ และราคาโอเค ไม่แพงเกินไป เช่นการเลือกเนื้อไก่ เนื้อหมู ไปจนถึงการทำน้ำสเปรด ต้องเลือกจากร้านที่ไว้ใจได้ ส่วนเรื่องราคา เราอาจจะวางแผนซื้อทีละมากๆ เพื่อลดต้นทุนต่อชิ้นได้ค่ะ และต้องเน้นขายเฉพาะแซนวิชที่ทำสดใหม่เท่านั้น เราอาจบริหารสินค้าที่เหลือ โดยการขายแบบลดราคา เพื่อเคลียร์สต็อคได้ค่ะ แต่สินค้าที่ขายปกติต้องสดใหม่เท่านั้น ลูกค้าทานแล้วรู้นะคะ 

ส่วนเรื่องรสชาติแน่นอนว่าต้องถูกปากลูกค้าส่วนใหญ่ ซึ่งเราก็สามารถเริ่มด้วยการไปหาชิมตามร้านที่ขายดีอยู่แล้ว ทั้งร้านใหญ่ร้านเล็กว่า แซนวิชตัวที่ขายดีของเขานั้นรสชาติเป็นยังไง หวานมากหวานน้อย ชิมบ่อยๆเทียบกับของเรา ว่าทำให้เหมือนหรือว่าดีกว่าได้มั้ย แต่ถ้ามั่นใจรสชาติของเราอยู่แล้ว ก็ลุยเลยค่ะ แต่ว่าก็พยายามถามความคิดเห็นของลูกค้าอยู่เรื่อยๆนะค่ะ แต่ถ้าลูกค้าหายไปเลยนั่นก็คือเป็นคำตอบได้อย่างนึงเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็จะต้องปรับปรุงรสชาติจนกว่าจะลงตัวค่ะ

3.ใส่ใจเป็นมิตร ดึงดูดลูกค้าใหม่

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

ยิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า เป็นสิ่งที่ใช้ได้เสมอไม่ว่าคุณจะขายอะไร ถึงแม้ว่าเราจะอยู่ในยุคที่ทุกคนต้องใส่แมสก์ แต่เราก็สามารถยิ้มได้ ลูกค้าจะเห็นสายตาของคุณก็จะรู้ได้ไม่ยากว่าคุณกำลังยิ้มอยู่ แสดงความกระตือรือร้นในการขาย ถ้าคุณนั่งอยู่ ลูกค้าเดินมาและมองมาที่สินค้า คุณก็ควรจะลุกขึ้นทักทายและแนะนำแซนวิชทันที คุณก็เคยเป็นลูกค้ากันใช่มั้ยคะ? รู้สึกยังไงบ้างที่เราเดินเข้าไปซื้อของแล้วคนดูแลรู้สึกเฉยเมย นั่งเขี่ยมือถืออยู่ หรือว่าจ้องเราอยู่แต่ไม่พูดอะไรซักคำ

คุณอยากเจอแม่ค้าแบบไหน ก็ทำตัวแบบนั้นค่ะ ต้อนรับ แนะนำแซนวิชที่เหมาะกับลูกค้าคนนั้น ทานแล้วดียังไง แซนวิชเราดีกว่าร้านอื่นตรงไหน พูดไปเลยค่ะ พูดเยอะๆ พูดเพราะๆ เป็นกันเอง จากที่ลูกค้าอาจจะแค่เดินมาดู กลับเป็นเดินออกมาพร้อมแซนวิชอีก 5-6 ชิ้นฝากเพื่อน ฝากลูกๆที่บ้านก็เป็นได้

4.รักษาลูกค้าเก่ายิ่งชีพ

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

หัวใจของทุกธุรกิจก็คือลูกค้าใช่มั้ยคะ? และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าลูกค้าก็คือลูกค้าเก่าค่ะ ลูกค้าที่ซื้อซ้ำเป็นประจำ พ่อค้าแม่ค้าที่มีประสบการณ์จะรู้อยู่แล้วค่ะว่า ลูกค้าประจำสำคัญมากที่สุด เพราะจะเป็นฐานหล่อเลี้ยงให้ธุรกิจร้านค้าเติบโตขึ้นปได้ ยิ่งฐานขยายมากขึ้น ธุรกิจก็มั่นคงมากขึ้น และก่อนที่จะขยายฐาน

เราต้องรักษาฐานเดิมไม่ให้สูญเสียไปซะก่อน ถ้าลูกค้าคนเดิมกลับมาซื้อร้านเรามากกว่า 1 ครั้ง เขาก็คือลูกค้าประจำแล้วค่ะ จำชื่อเขาไว้ค่ะ จำให้ได้มากที่สุด เรียกชื่อทุกครั้งที่เขามาซื้อที่ร้าน ให้แซนวิชดีๆกับเขา รับผิดชอบทุกกรณีหากมีสิ่งผิดพลาด เช่น เจอแมลงในแซนวิช วัตถุดิบบางอย่างมีกลิ่นเหมือนจะบูด ซึ่งเราไม่ได้ตั้งใจอยู่แล้ว

แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็ต้องรับผิดชอบชดเชยให้ฟรีไปเลย เท่านี้ลูกค้าเก่าจะเห็นความจริงใจของเรา และเมื่อคิดถึงแซนวิชก็จะคิดถึงเราเป็นเจ้าแรก

5.มีโปรโมชั่น ของแถม

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

ยุคนี้สมัยนี้ขายของยังไงก็ต้องมีโปรโมชั่น ลดราคา แจกของแถม เพื่อมัดใจลูกค้า เพื่อเรียกร้องความสนใจ เพื่อแย่งลูกค้ามาจากร้านอื่น อย่าคิดว่าเราเป็นร้านเล็กๆแล้วการลดราคาจะทำให้กำไรลดลงเสมอไปค่ะ กลับกันด้วยซ้ำ ลูกค้าจะสนใจเรามากขึ้นซื้อเยอะขึ้นกว่าเดิม ทำให้เรามียอดขายเพิ่มขึ้น

เช่น เราอาจจะมีการจัดโปรลดราคาทุกครั้งที่มีแซนวิชใหม่ๆ เพื่อแนะนำ หรือ อาจมีการจัด set พิเศษ แซนวิชพร้อมสลัดพร้อมน้ำผลไม้ ด้วยราคาพิเศษจากปกติ 175 บาท เหลือ 150 บาท หรือสุดท้ายๆง่ายๆเลย ซื้อแซนวิช 2 ชิ้น แถมไปเลย 1 ชิ้น อะไรประมาณนี้

พอจะได้ไอเดียแล้วใช่มั้ยคะ ลูกค้าก็จะแวะเวียนมาเรื่อยๆเพื่อมาดูเราทุกวันว่าวันนี้เราจะมีโปรอะไรมั้ย แต่ก็อย่าจัดบ่อยเกินไปนะคะ เพราะจะทำให้ลูกค้าเคยชิน มาซื้อแต่ตอนโปรโมชั่นอย่างเดียว ก็ต้องหารอบที่เหมาะสมกันดูค่ะ

6.สะสมแต้ม

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

คุณคงเคยซื้อชานมไข่มุกแล้วได้บัตรสะสมแต้มที่ซื้อ 10 ฟรี 1 กันแล้วใช่มั้ยคะ ถึงแม้ว่าจะมีคนทำเยอะแล้ว แต่ก็อย่ามองข้ามนะคะ เพราะนั่นคือการสร้างความภักดีในแบรนด์ได้ในระดับหนึงเลยทีเดียว นุชว่าทุกคนที่ซื้อร้านเดิมบ่อยๆยังไงก็ต้องรู้สึกว่า ในเมื่อเราซื้อบ่อยขนาดนี้แล้ว น่าจะมีรางวัลอะไรตอบแทนบ้าง แต่ถ้าหากไม่มีเลยลูกค้าก็จะคิดว่า ไม่จำเป็นต้องซื้อร้านเดิม เพราะซื้อบ่อยไปเจ้าของร้านก็จำไม่ได้ ไม่มีคะแนนอะไรอยู่ดี การสะสมแต้มจึงสำคัญมาก แบรนด์ใหญ่ๆอย่างโลตัสยังมีเลย 

เพียงแต่ว่าลูกค้าชอบทำบัตรหายบ่อย ก็เลยทำเหมือนไม่ค่อยสนใจ ทั้งๆที่ตัวเองก็อยากสะสมแต้ม ตอนที่นุชเปิดร้านสลัดนุชให้ลูกค้าฝากบัตรไว้ที่ร้านได้เลย เขียนชื่อลูกค้าไว้ เราก็จำลูกค้าได้ด้วย มีเป็น ร้อยๆใบเลย เพียงเท่านี้ลูกค้าจะมาทานแซนวิชของเราบ่อยๆแล้วค่ะ

7.สร้างประสบการณ์ร่วม

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

หากว่าร้านของเราสามารถทำแซนวิชแบบผสมใหม่ สดใหม่ให้ลูกค้าแต่ละคนได้ (แบบเดียวกับซับเวย์) และลูกค้าสามารถเลือกไส้ได้เองได้ว่าต้องการอะไรบ้าง ก็จะยิ่งสร้างประสบการณ์ร่วมขณะที่อยู่ร้านได้ดีขึ้นไปอีก การที่ลูกค้าได้เลือกเอง ได้พูดคุยพนักงานขาย หรือเจ้าของร้านเกี่ยวกับสินค้า จะยิ่งช่วยทำให้เกิดความประทับใจ ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับร้าน เกี่ยวกับแบรนด์ได้ดี

เท่านี้นอกจากลูกค้าจะไม่ไปไหนแล้ว ยังบอกต่อด้วยซ้ำ ตอนที่ทำสลัดร้านนุชให้ลูกค้าเลือกผสมได้เอง ทำให้มีเวลาพูดคุยกับลูกค้า นุชก็จะมีลูกค้าประจำเยอะมาก ทุกวันนี้ยังจำชื่อกันได้อยู่เลย

8.มีคิวหน้าร้านช่วยได้

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

เชื่อมั้ยคะว่า การที่มีคิวลูกค้ายืนหน้าร้าน จะยิ่งช่วยให้ลูกค้าใหม่ๆเข้ามาซื้อเรามากขึ้น เพราะคนอื่นๆที่มองมาก็จะคิดว่าร้านนี้มีอะไรดีเหรอ คนต่อคิว คนมายืนหน้าร้านเยอะจัง ไปลองชิมดีกว่า ดีกว่าร้านที่เปิดร้านแล้วเงียบๆเหงาๆ

แต่การที่เป็นแบบนั้นได้ก็อาจจะไม่ต้องถึงกับไปจ้างหน้าม้ามาคอยยืนหน้าร้าน เพียงแต่เราสร้างให้โอกาสแบบนั้นมันเกิดขึ้นได้ เช่น ร้านที่ขายแซนวิชแบบแพคไว้แล้วพร้อมขายอาจจะทำได้ยากกว่า ร้านที่ทำสลัดหรือแซนวิชแบบสดใหม่ ทำตามสั่ง ก็จะเกิดช่วงเวลาที่รอ ช่วงเวลานั่นแหละ ถ้าลูกค้ามาพร้อมๆกัน ก็จะเกิดคิวขึ้น

สมัยที่นุชทำร้านสลัดก็จะมีการเขียนออเดอร์เสียบรอไว้หลายๆใบ ลูกค้ายืนรอแถวยาว ทำให้ร้านดูป๊อปปูล่ามาก อย่างไรก็ตาม การที่ลูกค้ารอนานเกินไปอาจทำให้ลูกค้าไม่ประทับใจร้านได้ ก็ต้องบริหารจัดการให้ดีด้วยนะคะ

9.ชื่อร้านจำง่าย

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

เรื่องนี้อีกแล้วคะ นุชเคยย้ำไปแล้วในคลิปก่อนๆว่า ชื่อร้านสำคัญมาก การที่ลูกค้ามาซื้อประจำแล้ว ต้องการบอกต่อ เขาจะบอกต่อยังไงถ้าชื่อร้านเราเป็นชื่อแบบธรรมดามาก เช่น ร้านแซนวิชซอย 5, ร้านกาแฟสด, ร้านป้าตามสั่ง แบบนี้มันเป็นชื่อที่ไม่เฉพาะเจาะจง ถ้าคิดไม่ออก ก็ชื่อลูก ชื่อตัวเองอะไรไปก่อนเลยค่ะ และถ้าเราขายดีแล้ว จะขยายสาขา ขายแฟรนไชส์ ก็ทำได้หมด เพราะคนจำเราได้แล้ว

10.จ่ายเงินง่าย

แซนวิชบานาน่าพีนัตบัตเตอร์

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทำเลยนะคะ ตอนนี้คนไทยคุ้นเคยกับสังคมไร้เงินสดกันมากขึ้นแล้วจากการใช้คนละครึ่งมานานหลายเฟส มันง่ายใช่มั้ยคะ ทั้งแม่ค้าและลูกค้า นุชคนนึงล่ะที่ไม่ชอบพกเงินสด แค่มีโทรศัพท์ก็รอดแล้ว แม่ค้าต้องปรับตัวด่วนๆเลยค่ะ ลูกค้าจ่ายเงินเราง่ายๆ ทำไมเราจะไม่ชอบ ต้องชอบนะคะเพราะเราทำงานก็เพื่อให้มีรายได้

ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือต้องมีรายละเอียด 3 สิ่งนี้ ปริ้นบาร์โค้ด เลขที่บัญชี ชื่อบัญชี แค่นี้เองค่ะ แล้วติดไว้หน้าร้านอย่างน้อยต้องมี 1 จุด ถ้าร้านกว้างก็ต้องมีหลายจุด นึกถึงตอนลูกค้าเยอะๆ จะมาแย่งกันทำไมอันเดียว เงินจะเข้าอยู่แล้วรีรอไม่ได้เลย จริงมั้ยคะ แล้วไปสมัคร SMS ของธนาคารนั้นๆ เวลาเงินเข้าออกก็ให้แจ้งเตือนมาที่มือถือ เวลาลูกค้าสแกนจ่ายข้อความก็จะแจ้งเตือนทุกครั้ง เราก็เช็คได้ง่ายๆ แค่เนี้ย

เป็นยังไงบ้างคะ เคล็ดลับที่ทำให้ลูกค้าติด นุชว่าทุกเรื่องทำได้ง่ายๆไม่ยากเลย เพียงแต่เราอาจจะละเลยไป ลองทำดูเถอะ แล้วจะเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีคุณจะสนิทกับลูกค้ามากขึ้น พวกเขาจะนึกถึงเรามากขึ้น เกิดมีงานเลี้ยง มีออเดอร์ใหญ่ๆ เขาก็จะนึกถึงเราก่อนเลย 

ใครที่ยังไม่เคยทำข้อไหน ลองไปทำดูแล้วมาบอกนุชด้วยว่าได้ผลมั้ยยังไง? ส่วนใครที่ทำอยู่แล้วเป็นยังไงบ้างคะ? มาแชร์ประสบการณ์กันหน่อย หรืออยากให้ช่วยขยายเพิ่มเติมเรื่องไหนก็บอกนุชมาได้ค่ะ


ช่องทางติดต่อ สลัดครีเอเตอร์
โทร: 086 672 0607
Line id: @saladcreator หรือคลิก

เพิ่มเพื่อน